Home
School Experience
Management Team
Management Policy
Fact at a Glance
Academic Program
ปริญญาตรีบัญชี ภาคปกติ
โครงการปริญญาตรีบัญชี ภาคพิเศษ
โครงการปริญญาโทการบัญชี ภาคพิเศษ
Faculty Member
ประวัติอาจารย์
ผลงานทางวิชาการ
อาจารย์พิเศษ
เจ้าหน้าที่
KM Corner
Download
สำหรับอาจารย์
สำหรับนิสิต
International Affairs
Contact Us
 
คณะบริหารธุรกิจ โครงการปริญญาโทการบัญชี ภาคพิเศษ facebook สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมป์ Chartered Institute of Management Accountants (CIMA)
 
เก็บมาฝากจากการประชุมวิชาการนานาชาติ Asia-Pacific Social Sciences :: 09/11/2015

เก็บมาฝากจากการประชุมวิชาการนานาชาติ

Asia-Pacific Social Sciences

ดร.สุนีย์รัตน์ วุฒิจินดานนท์

งานประชุมวิชาการ Asia-Pacific Social Sciences Conference (APSSC) จัดโดย Higher Education Forum ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2558 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น มีผู้วิจัยเข้าร่วมนำเสนอทั้งสิ้น 228 ชิ้นงาน ซึ่งครอบคลุมหลายหลายสาขาวิชา เช่น สังคมศาสตร์ จิตวิทยา เทคโนโลยีการศึกษา เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เป็นต้น ผู้นำเสนอมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้ง อเมริกา ยุโรป และเอเชีย ในประเทศไทยเอง มีคณาจารย์และนักศึกษาระดับปริญญาเอกเข้าร่วมจากหลายมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น

สำหรับ plenary session วิทยากรผู้บรรยาย คือ Dr.Raymond Siu Yeung Chan จาก School of Business, Hong Kong Baptist University บรรยายในหัวข้อ “Women directors: Should a minimum be set for all corporations?” หัวข้อนี้มีความสำคัญเนื่องจากล่าสุดประเทศนอร์เวย์กำหนดให้คณะกรรมการบริษัท (board of directors) ต้องมีผู้หญิงอย่างน้อยร้อยละ 40 ฝ่ายที่สนับสนุนให้มีผู้หญิงร่วมอยู่ในคณะกรรมการบริษัทกล่าวว่า การมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายเป็นการดึงความสามาถของทั้งสองเพศออกมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด เพศหลากหลายทำให้ความคิดนั้นหลากหลายและเติมเต็มซึ่งกันและกัน บางท่านก็กล่าวว่าการมีผู้หญิงเข้าร่วมในคณะกรรมการช่วยลดอัตราการขาดประชุม และกรรมการที่เป็นผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า นอกจากนั้น กรรมการผู้หญิงยังเข้าใจลูกค้า ผู้ขาย และแรงงานได้มากกว่าผู้ชาย อย่างไรก็ดี มีผู้วิจัยอีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งว่าการมีคณะกรรมการเป็นหญิงมากขึ้นทำให้ต้นทุนในการสื่อสาร (communication costs) เพิ่มขึ้น และยังอาจทำให้บรรยากาศการประชุมเสียไปหากมีข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่ม Dr.Raymond แนะว่า หลักฐานจากงานวิจัยในอดีตยังไม่ได้ข้อสรุป (mixed findings) รวมถึงหลักฐานเพื่อแสดงถึงประโยชน์ที่จะได้รับหากจะสนับสนุนให้มีการกำหนดเป็นกฎหมายต่อไปก็ยังจำกัดอยู่ งานวิจัยในอนาคตสามารถศึกษาได้ทั้งบทบาท ประโยชน์ และต้นทุนของการมีเพศหญิงเข้าร่วมอยู่ในคณะกรรมการบริษัท อีกทั้งสัดส่วนเท่าไรจึงจะเป็นจุดที่เหมาะสม (optimum)

ในส่วนของการนำเสนอผลงานวิจัยของผู้รายงานในหัวข้อ “Determinants of Corporate Social Responsibility Disclosure: Empirical Evidence from Firms Listed in the Stock Exchange of Thailand” เป็นการศึกษาถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่ากิจการที่มีขนาดใหญ่ และกิจการที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ทั้งนี้สอดคล้องกับทฤษฎีผู้มีส่วนได้เสียที่กล่าวไว้ว่า กิจการจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสังคม และปัจจัยที่มาจากผู้ถือหุ้น (stakeholder power) และการถูกจับจ้องจากสังคม (corporate visibility) ทำให้กิจการจะใส่ใจรับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น สำหรับการศึกษาถึงเนื้อหาในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม พบว่า กิจกรรมทางสังคมที่บริษัทมักทำ 3 ลำดับแรก ได้แก่ การบริจาค การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค และนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านคอรัปชั่น การนำเสนองานวิจัยมีเวลาในการนำเสนอ 15 นาที และ 3 นาทีสำหรับคำถาม ในการนำเสนอครั้งนี้ผู้รายงานได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากผู้เข้าร่วมประชุมด้วย เช่น กิจกรรม CSR อาจจะสัมพันธ์กับแรงจูงใจในทางภาษี และจำนวนพนักงานด้วย ซึ่งผู้รายงานจะได้นำไปพิจารณาในการศึกษาต่อไป

 

 
  
ภาควิชาบัญชี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
50 ถ.งามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-579-5355 ต่อ 1502-1503 โทรสาร. 02-579-5060
email:acct@ku.ac.th